💝แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 8💝
💕เรื่อง สภาพปัญหา
และแนวโน้มการจัดการศึกษาปฐมวัย💕
1.จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน
ตอบ 1.
การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา
หลักสูตรระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล
ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน
2.
การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมายรูปแบบ
วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล
ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษาโดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม
3.
การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนด้วยตนเองตามความสนใจ
ศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อมสื่อ
หรือแหล่งความรู้อื่น ๆ
2.จงวิเคราะห์และสรุปถึงสภาพปัญหาของการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ ประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาการจัดการศึกษา
และการเลี้ยงดูเด็กทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ
ทั้งนี้อาจมีสาเหตุเนื่องจากการให้บริการแก่เด็กปฐมวัย
ในประเทศไทยในปัจจุบันยังขาดทิศทาง และความเป็น เอกภาพ
ไม่มีนโยบายเด็กปฐมวัยที่ชัดเจนจากรัฐบาล
รวมตลอดถึงไม่มีการกำหนดหลักการและมาตรฐานการดูแลเด็กระดับชาติเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ
3.จงอธิบายถึงแนวโน้มของการจัดการศึกษาปฐมวัยในเรื่องการให้บริการแก่เด็กอายุ 3 – 5 ปี
ตอบ 1.
การจัดการศึกษาปฐมวัยในอนาคตควรมีการขยายการจัดบริการเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสไดรับบริการอย่างทั่วถึง
2.
พัฒนาสุขภาพและสมองของเด็ก การจะเพิ่มประสิทธิภาพทางการศึกษาจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์
โดยการให้ความรู้แก่ผู้ใหญ่โดยเฉพาะคู่สมรสและคนหนุ่มสาวในเรื่องการวางแผนครอบครัว
3.
ให้ความสำคัญกับคุณภาพของครูและพี่เลี้ยงเด็กที่มีความรู้ความเข้าใจและความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อฝึกฝนให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ
4.
ส่งเสริมให้มีการทำวิจัยในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน
และวิธีการสอนที่เหมาะสมสำหรับเด็ก
5.
ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในรูปของการจัดตั้งคณะกรรมการโรงเรียนที่มีผู้ปกครองและสมาชิกชุมชนร่วมเป็นกรรมการด้วย
6.
รัฐควรมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือแก่แม่ที่มีปัญหาพิเศษบางกลุ่ม
7.
รัฐควรมีมาตรการคุ้มครองเด็กที่มีปัญหา อาทิ เด็กถูกทารุณกรรม โดยจัดหา
องค์กรกลุ่มบุคคล หรือครอบครัวที่มีความพร้อมในการให้ความอนุเคราะห์
8. ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้จากระบบสื่อสารให้มากขึ้น
9.พ่อแม่ควรจะได้เรียนรู้วิธีการใช้เวลาอยู่กับลูกอย่างมีคุณภาพรวมถึงการให้การศึกษาแก่ผู้สูงอายุในการเลี้ยงดูเด็ก
4.จงอธิบายถึงแนวโน้มในการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ รับผิดชอบประสานงานให้ความช่วยเหลือและแนะนำทางวิชาการด้านการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยแก่พ่อแม่
ผู้ปกครองโดยเฉพาะในรูปแบบของการศึกษานอกระบบโรงเรียน
และการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างกว้างขวางและทั่วถึง โดยผ่านทางสื่อมวลชน
สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อพื้นบ้านต่าง ๆ
5.จงอธิบายถึงความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาด้านปฐมวัย
ตอบ 1.
มีการยอมรับความสำคัญของปฐมวัยในรูปของการกระทำมากยิ่งขึ้น จากความเชื่อเดิมที่ว่า
เด็กบางคน “ยังเด็กเกินไปที่จะเรียน”
2.
มีการยอมรับว่า การเตรียมความพร้อมที่ดีสำหรับเด็กในปฐมวัยมีส่วนช่วยให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ
มีคุณธรรม และประสบความสำเร็จในชีวิตมากขึ้น
การจัดเตรียมความพร้อมของเด็กอย่างมีระบบในรูปของสถานศึกษาปฐมวัย
จึงมีความจำเป็นเพื่อช่วยพ่อแม่อีกแรงหนึ่ง
3.
พ่อแม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีแหล่งในการเตรียมความพร้อมของเด็กที่มิใช่สถานที่สอนให้เด็กปฐมวัยต้องมาอ่าน
เขียน หรือคำนวณ
4.
โดยที่ลักษณะของครอบครัวไทย
เริ่มเปลี่ยนจากครอบครัวขยายมาเป็นครอบครัวเดี่ยวที่มีแต่พ่อแม่ลูก
เมื่อพ่อและแม่ออกจากบ้านไปทำงานทั้งคู่ หากมีเด็กในวัยปฐมวัยก็จำเป็นต้องหาที่เลี้ยงดูเด็กให้บุตรของตน
5.
ในส่วนที่เกี่ยวกับองค์การของรัฐและเอกชน หน่วยงานต่าง ๆ
ของรัฐได้ให้ความสนใจงานพัฒนาเด็กปฐมวัยมากขึ้น
6.
ผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัยได้กำหนดไว้เด่นชัดถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบบทบาทพ่อแม่ในครอบครัวและสมาชิก ชุมชน การเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน และการใช้เทคโนโลยีการศึกษามีส่วนกระตุ้นให้องค์การของรัฐกำหนดเป็นนโยบายในการให้การศึกษาปฐมวัย
6.จงอธิบายถึงแนวโน้มของนโยบายของรัฐในการจัดการศึกษาปฐมวัยของไทย
ตอบ 1.
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะต้องระบุแผนพัฒนาประชากรตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปี
ให้ชัดเจน
2.
จะไม่ขยายการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาภาคบังคับ เพราะต้องใช้งบประมาณ
สูงมาก
และเนื่องจากประชาชนเห็นความสำคัญของการศึกษาในระดับนี้
จึงส่งบุตรหลานเข้ารับบริการเองด้วยความสมัครใจ
7.จงอธิบายถึงโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรู้
คำแนะนำ และความช่วยเหลือทางวิชาการจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กวัย 0 – 6
ปีอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ
8.จงอธิบายถึงโครงการความร่วมมือขององค์กรต่าง ๆ ในชุมชนในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การให้องค์กรต่าง ๆ
ในชุมชนทั้งภาครัฐและเอกชนมี ส่วนช่วยเหลือและร่วมมือกันในการให้การศึกษาแก่พ่อแม่
ผู้ปกครอง รวมทั้งร่วมมือกันใน
การให้บริการและการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
จึงควรมีการผลักดันให้องค์กรของรัฐที่มีอยู่ในชุมชนได้แก่ โรงเรียนอนุบาล
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย สถานีอนามัย โรงพยาบาล สาธารณสุขจังหวัด พัฒนาชุมชน
และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน และองค์กรเอกชนอื่น ๆ เช่น ชมรมแม่บ้าน
ชมรมครูและผู้ปกครองของโรงเรียนและกลุ่มอาสาสมัครต่างๆมีส่วน
ช่วยเหลือและร่วมมือในการให้บริการการให้การศึกษาแก่พ่อแม่
ผู้ปกครองให้มีความรู้เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย และการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
9.จงอธิบายถึงโครงการเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองในการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรู้
คำแนะนำ และความช่วยเหลือโดยการรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นชมรม และเครือข่ายพ่อแม่
ผู้ปกครองเพื่อร่วมมือกันในการพัฒนาเด็กปฐมวัย
มีรูปแบบตั้งแต่การรวมกลุ่มกันในโรงเรียนในบทบาทการเป็นคณะกรรมการโรงเรียนการรวมกลุ่มกันเป็น
“ชมรมพ่อแม่ ผู้ปกครอง”
10.แนวโน้มของการศึกษาปฐมวัยของไทย ตามความคิดเห็นของนักศึกษา เป็นอย่างไร
ตอบ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาควรเห็นความสำคัญของการศึกษาปฐมวัยเนื่องจากเพื่อเป็นการพัฒนาเด็กอย่างมีคุณภาพ
เพราะในวัยนี้เป็นช่วงวัยที่สำคัญและมีการพัฒนาการมากที่สุดในช่วงชีวิต
ไม่ควรที่จะละเลยความสำคัญของเด็กปฐมวัย

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น